วันพุธที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2557

ราคา iPhone 6 (ไอโฟน 6) และ iPhone 6 Plus ในไทย แบบไม่เป็นทางการ : บทวิเคราะห์ราคา iphone 6 และวันวางจำหน่ายในไทย คาดเริ่มต้นที่ 23,900 บาท


เปิดตัวอย่างเป็นทางการเสียทีครับ สำหรับ iPhone 6 (ไอโฟน 6) ที่ในปีนี้ เปิดตัวมาพร้อมกัน 2 รุ่นเลยทีเดียว ได้แก่ iPhone 6หน้าจอ 4.7 นิ้ว และ iPhone 6 Plus หน้าจอ 5.5 นิ้ว ที่นอกจากจะมี หน้าจอขนาดใหญ่กว่าแล้ว ฟีเจอร์บางอย่าง ยังล้ำหน้ากว่าอีกด้วย นอกจากในเรื่องของ สเปค iPhone 6 และ iPhone 6 Plus แล้ว ราคา iPhone 6 และ ราคา iPhone 6 Plus ยังได้รับความสนใจกันอยู่เช่นเคย ซึ่งเป็นประจำเหมือนทุกๆ ปี แอปเปิล ได้เปิดเผย ราคา iPhone 6 และ iPhone 6 Plus แบบติดสัญญาออกมาก่อน ซึ่ง iPhone 6 นั้น ยังคงเคาะราคาเท่า iPhone 5S ครับ โดยเริ่มต้นที่ $199 แต่ iPhone 6 Plus ซึ่งมีขนาดหน้าจอใหญ่กว่า ทำให้มีราคาที่สูงกว่า และแพงกว่า iPhone 6 ราวๆ $100 หรือประมาณ 3,200 บาทครับ

ราคา iPhone 6 และ iPhone 6 Plus แบบติดสัญญา (ในสหรัฐฯ)
แม้ว่าราคา iPhone 6 ข้างต้น จะไม่สามารถบ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่า ราคา iPhone 6 ในไทย จะเป็นเท่าใด แต่ก็สามารถคาดเดาได้ส่วนหนึ่งว่า ราคา iPhone 6 ไม่น่าจะต่างจาก iPhone 5S ตอนเปิดตัวครับ ส่วน ราคา iPhone 6 Plus ที่แพงขึ้น $100 ก็คงทำให้ราคา iPhone 6 Plus ในไทย แพงขึ้นด้วยเช่นกัน แต่ล่าสุด มี ราคา iPhone 6 เครื่องเปล่า บนเครือข่าย T-Mobile เผยออกมาแล้ว อยู่ที่ $649 หรือราวๆ 21,000 บาท (ยังไม่รวมภาษี) และราคา iPhone 6 Plus เครื่องเปล่า อยู่ที่ $749 หรือราวๆ 24,000 บาท (ยังไม่รวมภาษี) และที่สำคัญ ราคา iPhone 6 และ iPhone 6 Plus เครื่องเปล่า ถูกกว่าบ้านเราแน่นอน
ซึ่งถ้าหากเพื่อนๆ จำได้ ราคา iPhone 6 เครื่องเปล่า ในสหรัฐฯ เท่ากับ ราคา iPhone 5S เครื่องเปล่า เมื่อตอนเปิดตัวครับ ฉะนั้น ถ้าหากเราสมมติให้ ราคา iPhone 6 เครื่องเปล่า ในไทย = ราคา iPhone 5S ตอนเปิดตัว จะได้ ราคา iPhone 6 (ไอโฟน 6) และ ราคา iPhone 6 Plus ในไทย แบบไม่เป็นทางการ ดังนี้

ราคา iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ในไทย แบบไม่เป็นทางการ
** ราคา iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ในไทย เป็นราคาประมาณการ ไม่ใช่ราคาขายจริง
ราคาเครื่องหิ้ว iPhone 6 และ iPhone 6 Plus จะประมาณเท่าไหร่ ? น่าจะเข้ามาขายที่ไทยเมื่อไหร่ ?

ณ ตอนนี้ ยังไม่มีการประกาศราคา iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ในไทย แต่จากประสบการณ์ในการเกาะติดสถานการณ์ ราคา iPhone ทั้ง iPhone 5 และ iPhone 5S ทีมงาน techmoblog เชื่อว่า ราคา iPhone 6 และ iPhone 6 Plus เครื่องหิ้ว เริ่มต้นที่ 3 หมื่นต้นๆ อย่างแน่นอน ซึ่งจากการสำรวจ พบว่า พ่อค้าที่มาบุญครอง กำลังจะเปิดพรีออเดอร์ iPhone 6 และ iPhone 6 Plus เครื่องหิ้ว กันแล้ว ส่วนราคาเครื่องหิ้วจะเป็นเท่าใด จะอัพเดทให้ทราบกันอีกครั้งครับ
ข้อมูลทั้งหมดนี้ คือการคาดเดานะครับ ซึ่ง ทีมงาน techmoblog จะนำมาอัพเดทให้ทราบกันอีกครั้ง แบบเกาะติดสถานการณ์ หลัง iPhone 6 และ iPhone 6 Plus เปิดจำหน่ายในไทยครับ

iPhone 6 และ iPhone 6 Plus จะเปิดตัวเข้ามาขาย และเปิดให้จองในไทยเมื่อไหร่ ?
แม้ว่าการวางจำหน่าย iPhone 6 และ iPhone 6 Plus รอบแรก จะยังไม่มีรายชื่อของประเทศไทย แต่ประเทศที่อยู่ใกล้หน่อย ก็จะมี สิงคโปร์ และ ฮ่องกง ก็ถือว่า เป็นสัญญาณที่ดีที่ การวางจำหน่ายรอบสอง จะมีรายชื่อของประเทศไทยอย่างแน่นอน และที่สำคัญ ทางกสทช. ก็ได้ออกมายืนยันแล้วว่า iPhone 6 ผ่านการอนุมัติเป็นที่เรียบร้อยแล้วอีกด้วย
ถ้าหากอ้างอิงข้อมูล การวางจำหน่าย iPhone 5S เมื่อปีที่ผ่านมา ทางโอเปอร์เรเตอร์ เริ่มเปิดพรีออเดอร์ ประมาณปลายเดือนตุลาคม ก่อนจะวางจำหน่ายจริง ในเดือนพฤศจิกายน พร้อมกับ Apple Store ประเทศไทย เชื่อได้เลยครับว่า กำหนดการ วางจำหน่าย iPhone 6 (ไอโฟน 6) และ iPhone 6 Plus ในไทย จะไม่ต่างจาก iPhone 5S อย่างแน่นอน ซึ่งถ้าหากดูจากข้อมูลในอดีต เราน่าจะได้เห็น iPhone 6 (ไอโฟน 6) และ iPhone 6 Plus ในไทย ไม่เกินปลายเดือนตุลาคมนี้ครับ

เทียบสเปค iPhone 6 Plus vs iPhone 6 vs Samsung Galaxy Note 4 รุ่นไหนดี รุ่นไหนเด่น มาดูกัน!


แม้ว่า iPhone 6 Plus จะเป็นไอโฟนหน้าจอใหญ่ที่สุดในบรรดา มือถือไอโฟน แต่เมื่อเทียบกับ มือถือเรือธง แบรนด์อื่นๆ ยังถือว่า เล็กกว่าอยู่ดี โดยเฉพาะ คู่ปรับตัวเอกอย่าง Samsung Galaxy Note 4 ที่มาพร้อมกับหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 5.7 นิ้ว แต่บางครั้ง มือถือที่หน้าจอใหญ่กว่า ก็ใช่จะดีที่สุดเสมอไป เพราะสุดท้ายแล้ว ผู้ที่จะตัดสินได้ว่า รุ่นไหนดี? คือผู้ใช้นั่นเองครับ บางท่านอาจจะชอบมือถือหน้าจอใหญ่ เพราะมีพื้นที่การใช้งานที่มาก สัมผัสได้สะดวก มองเห็นได้ชัดเจน แต่บางท่าน ไม่ชอบมือถือหน้าจอใหญ่ เนื่องจากพกพาลำบาก อันนี้ก็แล้วแต่ความชื่นชอบส่วนตัวครับ
หลังจากที่ทีมงาน techmoblog ได้ทำการเปรียบเทียบ iPhone 6 Plus vs iPhone 6 vs iPhone 5S กันไปแล้ว มาดูกันว่า ถ้าเรานำ iPhone 6 Plus และ iPhone 6 มาเทียบสเปคกับ Samsung Galaxy Note จะเห็นความแตกต่างอะไรกันบ้าง มาดูกัน

เปรียบเทียบสเปค iPhone 6 Plus vs iPhone 6 vs Samsung Galaxy Note 4

รุ่น
iPhone 6 Plus
iPhone 6
Samsung Galaxy Note 4
ขนาด
158 x 77.7 x 7.1 มม.
138.2 x 67.1 x 6.9 มม.
153.5 x 78.6 x 8.5 มม.
น้ำหนัก
172 กรัม
129 กรัม
176 กรัม
ขนาดหน้าจอ
5.5 นิ้ว
4.7 นิ้ว
5.7 นิ้ว
ความละเอียดหน้าจอ
1080 x 1920 พิกเซล
750 x 1334 พิกเซล
2560 x 1440 พิกเซล
ppi
401 ppi
326 ppi
515 ppi
เทคโนโลยีหน้าจอ
Retina HD
Retina HD
Super AMOLED
ชิปเซ็ต
Apple A8 และ M8
Apple A8 และ M8
Qualcomm Snapdragon 805 / Exynos 5 Octa 5433
กล้องหน้า
1.2 ล้านพิกเซล
1.2 ล้านพิกเซล
3.7 ล้านพิกเซล
รูรับแสงกล้องหน้า
F/2.2
F/2.2
F/1.9
กล้องหลัง
8 ล้านพิกเซล
8 ล้านพิกเซล
16 ล้านพิกเซล
ระบบกันภาพสั่นไหว
OIS
ไม่มี
Smart OIS
ไฟแฟลช
True Tone flash
True Tone flash
LED Flash
ระบบสแกนลายนิ้วมือ
Touch ID
Touch ID
Fingerprint Scanner
NFC
รองรับ
รองรับ
รองรับ
แบตเตอรี่
รองรับ 24 ชั่วโมง
รองรับ 14 ชั่วโมง
ไม่ระบุ
ระบบปฏิบัติการ
iOS 8
iOS 8
Android 4.4.4 (KitKat)


เทียบสเปค iPhone 6 Plus vs iPhone 6 vs iPhone 5S จอใหญ่ ดีกว่าเดิมตรงไหน?


สร้างความฮือฮาอย่างเป็นทางการไปแล้ว เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา กับงานเปิดตัว iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ที่ในปีนี้ เรียกได้ว่า น่าสนใจทั้ง 2 รุ่นเลยก็ว่าได้ โดยทั้ง iPhone 6 และ iPhone 6 Plus นั้น ถือว่า หน้าจอใหญ่กว่า และบางกว่า iPhone 5S ส่วนฟีเจอร์การใช้งาน เรียกได้ว่า ล้ำหน้ากว่าอย่างแน่นอน และน่าจะเป็นรุ่นที่หลายๆ คนรอคอยตลอดปีนี้ มาดูสเปคเปรียบเทียบ ระหว่าง iPhone 6 Plus vs iPhone 6 vs iPhone 5S กันครับ

เปรียบเทียบสเปค iPhone 6 Plus vs iPhone 6 vs iPhone 5S


รุ่น
iPhone 6 Plus
iPhone 6
iPhone 5S
ขนาด
158 x 77.7 x 7.1 มม.
138.2 x 67.1 x 6.9 มม.
123.8 x 58.6 x 7.6 มม.
น้ำหนัก
172 กรัม
129 กรัม
112 กรัม
ขนาดหน้าจอ
5.5 นิ้ว
4.7 นิ้ว
4 นิ้ว
ความละเอียดหน้าจอ
1080 x 1920 พิกเซล
750 x 1334 พิกเซล
640 x 1136 พิกเซล
ppi
401 ppi
326 ppi
326 ppi
เทคโนโลยีหน้าจอ
Retina HD Display
Retina HD Display
Retina Display
ชิปเซ็ต
Apple A8 และ M8
Apple A8 และ M8
Apple A7 และ M7
กล้องหน้า
1.2 ล้านพิกเซล
1.2 ล้านพิกเซล
1.2 ล้านพิกเซล
รูรับแสงกล้องหน้า
F/2.2
F/2.2
F/2.4
กล้องหลัง
8 ล้านพิกเซล
8 ล้านพิกเซล
8 ล้านพิกเซล
รูรับแสงกล้องหลัง
F/2.2
F/2.2
F/2.2
ระบบกันภาพสั่นไหว
OIS
ไม่มี
ไม่มี
ไฟแฟลช
True Tone flash
True Tone flash
True Tone flash
ระบบสแกนลายนิ้วมือ
Touch ID
Touch ID
Touch ID
NFC
รองรับ
รองรับ
ไม่มี
VoLTE
รองรับ
รองรับ
ไม่รองรับ
แบตเตอรี่
รองรับ 24 ชั่วโมง
รองรับ 14 ชั่วโมง
รองรับ 10 ชั่วโมง
Barometer
มีในตัว
มีในตัว
ไม่มี

วันอังคารที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2557

ราคา iPhone 6 (ไอโฟน 6) ในไทย แบบไม่เป็นทางการ : บทวิเคราะห์ราคา iphone 6 และวันวางจำหน่ายในไทย คาดเริ่มต้นที่ 24,500 บาท

เรียกได้ว่า เหลือเวลาอีกไม่นานแล้ว สำหรับการเปิดตัว iPhone 6 (ไอโฟน 6) ในวันที่ 9 กันยายนนี้ และก่อนจะถึง การเปิดตัว iPhone 6 ล่าสุด ได้มีข้อมูล ราคา iphone 6 จากประเทศฮ่องกง ออกมาแล้วครับ
โดยข้อมูลดังกล่าว มาจากบล็อค TK Tech News ที่เผยให้เห็นว่า iPhone 6 รุ่นหน้าจอ 5.5 นิ้ว มีราคาแพงกว่าตามคาด ซึ่งมีทั้งหมด 3 ความจุ ได้แก่ 16 GB, 32 GB และ 64 GB แต่ไม่มีรุ่นความจุ 128 GB ตามข่าวลือแต่อย่างใด
ราคา iPhone 6 แต่ละรุ่น (ตามข้อมูลข้างต้น) สรุปได้ดังนี้
• ความจุ 16 GB : หน้าจอ 4.7 นิ้ว ราคา 27,500 บาท / หน้าจอ 5.5 นิ้ว ราคา 32,700 บาท
• ความจุ 32 GB : หน้าจอ 4.7 นิ้ว ราคา 31,600 บาท / หน้าจอ 5.5 นิ้ว ราคา 36,800 บาท
• ความจุ 64 GB : หน้าจอ 4.7 นิ้ว ราคา 35,800 บาท / หน้าจอ 5.5 นิ้ว ราคา 39,900 บาท
สำหรับราคาข้างต้นนั้น ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่า เป็นราคาที่ถูกต้องหรือไม่ แต่ถ้าหากเทียบกับ ราคา iPhone 5S ในฮ่องกง พบว่า iPhone 6 มีราคาแพงขึ้น ประมาณ 2,300 บาท ซึ่งจากประวัติราคา iPhone ในไทย เทียบกับ ราคา iPhone ในฮ่องกง พบว่าราคาไอโฟนจากฮ่องกง มักจะมีราคาที่ถูกกว่าในไทยมาก แต่เมื่อมีราคาเผยออกเช่นนี้ ก็มีความเป็นไปได้ที่ ราคา iPhone 6 อาจจะแพงขึ้นจริงตามข่าวลือ
ราคา iPhone 6 ในไทย
แม้ว่าในตอนนี้ จะยังไม่มีข้อมูล ราคา iPhone 6 ในไทย เผยออกมา แต่จากประวัติราคา iPhone ในปีที่ผ่านๆ มา ส่วนใหญ่จะอ้างอิงประเทศใกล้เคียง อย่าง ฮ่องกง หรือ สิงคโปร์ ครับ ซึ่งปกติแล้ว ราคา iphone ในไทย จะถูกกว่าที่สิงคโปร์ แต่แพงกว่า ฮ่องกง และถ้าหากอ้างอิงสมมติฐานที่ว่า ราคา iPhone 6 จะแพงขึ้น เราลองมาคาดเดา ราคา iPhone 6 ในไทย กันดูครับ
* ราคา iPhone 5S ตอนเปิดตัว เป็นราคาบน Apple Store (ราคาเครื่องเปล่า)
** ราคา iPhone 6 (ราคา ไอโฟน 6) ในไทย เป็นราคาประมาณการ ไม่ใช่ราคาขายจริง
iPhone 6 (ไอโฟน 6) จะเปิดตัวเข้ามาขาย และเปิดให้จองในไทยเมื่อไหร่ ?
ล่าสุด (9 ก.ย.) ได้มีข่าวออกมาว่า iPhone 6 จะวางจำหน่ายรอบแรก ในวันที่ 19 กันยายน 2557 ที่จะถึงนี้ ซึ่งหลังจากงานเปิดตัว 10 วันนั่นเอง ส่วนกำหนดการในไทย แม้ว่าตอนนี้ จะยังไม่มีประกาศออกมา แต่ถ้าหากใครยังจำกันได้ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ที่ผ่านมา คุณ ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ออกมา ซึ่งเผยว่า ทางกสทช. ผ่านรับรองมาตรฐาน ไอโฟน 6 และอนุญาตให้จำหน่ายในไทย เรียบร้อยแล้วครับ ซึ่งถือว่า เป็นการอนุมัติที่ค่อนข้างเร็วกว่าปกติ คงต้องมาลุ้นกันครับว่า ประเทศไทย จะติดโผรายชื่อ จำหน่าย iPhone 6 ในรอบแรก พร้อมสหรัฐฯ หรือว่ารอบสองครับ แต่ถ้าหากติดโผรอบสอง คาดว่า เราคงได้เห็น iPhone 6 ในไทย ไม่เกินปลายเดือนตุลาคมนี้ อย่างแน่นอน



เผยความลับ Edge Screen จอด้านข้าง Samsung Galaxy Note Edge มีประโยชน์อย่างไรบ้าง?

[5-กันยายน-2557] หลังจากที่ ซัมซุง ได้เปิดตัว Samsung Galaxy Note Edge ที่เรียกได้ว่า เป็นการเปิดโลกทัศน์ของการออกแบบ สมาร์ทโฟน อีกด้านหนึ่ง กับ Edge Screen หน้าจอด้านข้าง ล่าสุด ทางเว็บไซต์ Samsung Tomorrow ได้ลองจับ Samsung Galaxy Note Edge พร้อมกับเผยคุณสมบัติพิเศษ ของหน้าจอขนาด 2560 x 160 พิกเซลนี้ ว่ามีคุณสมบัติอะไรบ้าง
โดยหน้าที่หลักของหน้าจอ Edge Screen ก็คือ เป็นหน้าจอแสดงผลเสริม เช่น เป็นนาฬิกายามหน้าจอหลักดับ และที่สำคัญ เมื่อเราปัดหน้าจอไปด้านขวา จะเป็นการเปลี่ยนหน้าจอแสดงผลไปมา ที่ผู้ใช้สามารถตั้งค่าได้สูงสุด 7 หน้า ไม่ว่าจะเป็น การเลือกแอปฯ ที่ใช้งานบ่อยมาไว้หน้านี้ (อีเมล, สภาพอากาศ, กล้อง) ซึ่งจากคลิปวีดีโอ จะเห็นว่า หน้าจอ Edge Screen จะทำงานแยกต่างหากจากหน้าจอหลักอีกด้วย
นอกจากนี้ Edge Screen ยังมีฟีเจอร์ที่เรียกว่า Quick Tools ด้วยการปัดหน้าจอลง เพื่อเปิดใช้งานเครื่องมือต่างๆ เช่น ไม้บรรทัด, ไฟฉาย, นาฬิกาจับเวลา และเครื่องบันทึกเสียง

iWatch อัพเดทสเปค ราคา และวันเปิดตัว ล่าสุด [9-ก.ย.-57] : ภาพหลุดแรก iWatch มาแล้ว! เปิดตัวพร้อม iPhone 6 ในวันนี้

อัพเดทข่าว iWatch นาฬิกาอัจฉริยะจากแอปเปิล โดยทีมงาน techmoblog ในวันนี้ หลังจากมีข่าวลือ iWatch มาอย่างยาวนาน ล่าสุด มีภาพชิ้นส่วน iWatch เผยออกมาให้ชมกันแล้ว เรียกได้ว่า อัพเดทกันจนนาทีสุดท้ายก่อนเปิดตัวครับ


แม้ว่าภาพดังกล่าว จะยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่า ภาพดังกล่าวเป็นของจริง แต่ก็ให้รายละเอียดบางอย่างที่น่าสนใจครับ ไม่ว่าจะเป็น ไมโครโฟน, ลำโพงขนาดจิ๋ว, รองรับการใช้งาน Siri ส่วนแบตเตอรี่น่าจะรองรับการใช้งานได้ 1 วัน แต่รองรับการชาร์จแบบไร้สาย และกันน้ำอีกด้วย นอกจากนี้ iWatch จะมีให้เลือก 2 ขนาดหน้าจอ ซึ่งเป็นหน้าจอแบบยืดหยุ่น มีให้เลือก 4 สี
ส่วนกรอบนาฬิกานั้น มีรูปทรงสี่เหลี่ยม เจาะรูวงกลมตรงกลาง ซึ่งคาดว่า ส่วนนี้น่าจะเป็นที่บรรจุเซ็นเซอร์ต่างๆ โดยเฉพาะเซ็นเซอร์ที่เกี่ยวข้องกับการออกกำลังกายนั่นเอง
สำหรับกำหนดการเปิดตัว iWatch คาดว่า จะเปิดตัวพร้อม iPhone 6 ในวันนี้ (9 กันยายน) ติดตามกันได้ค่ำคืนนี้ครับว่า iWatch จะมาเผยโฉมในงานเปิดตัว iPhone 6 หรือไม่
จริงหรือไม่? พนักงานแอปเปิลบอกเอง iWatch แบตไม่อึด!
ว็บไซต์ The Information ได้รายงานข่าว โดยอ้างข้อมูลจากวงในแอปเปิล ซึ่งเผยว่า แบตเตอรี่บน iWatch อาจจะไม่อึดอย่างที่คาด
สำหรับปัญหาของอุปกรณ์สวมใส่อย่าง Smartwatch ในปัจจุบัน ก็คือ เรื่องของแบตเตอรี่ครับ แม้แต่ Moto 360 ก็ยังโดนวิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องของแบตเตอรี่ ที่จำเป็นต้องชาร์จถึงวันละ 2 ครั้ง ส่วน Pebble แม้แบตเตอรี่จะอยู่ได้นานกว่า แต่ก็ขาดฟีเจอร์เด่นๆ ไป เช่น หน้าจอไม่ใช่แบบสัมผัส และไม่ใช่หน้าจอสี จึงเป็นเหตุผลที่ Pebble อยู่ได้นานกว่าคู่แข่ง
โดย iWatch มีกำหนดการเปิดตัวพร้อม iPhone 6 ในวันที่ 9 กันยายนนี้ ส่วนกำหนดการวางจำหน่าย iWatch ทาง The Information เผยว่า เป็นต้นปีหน้าครับ
แพงแบบนี้ ยังมีคนซื้ออยู่มั๊ย? ถ้าหาก iWatch มีราคาเกินหมื่นบาท!

รายงานจากวงใน เผยว่า แอปเปิล เตรียมตั้งราคา อุปกรณ์สวมใส่ ที่ยังไม่ระบุว่า เป็นผลิตภัณฑ์ชนิดใด ในราคาสูงถึง $400 หรือราวๆ 12,800 บาท เพื่อเจาะตลาดระดับบน โดยคาดกันว่า ผลิตภัณฑ์สวมใส่ดังกล่าว น่าจะเป็น iWatch ครับ
โดยอุปกรณ์สวมใส่รุ่นนี้ จะเปิดตัวพร้อมกับ iPhone 6 ในวันที่ 9 กันยายนนี้ ซึ่งข่าวลือก่อนหน้านั้น เผยว่า น่าจะเป็น iWatch นั่นเอง แต่วันวางจำหน่าย จะอยู่ในช่วงปลายปี แน่นอนว่า ราคาขายที่สูงถึง $400 นั้น ทำให้หลายฝ่ายมองว่า แอปเปิล จะสู้คู่แข่งในตลาด อย่างเช่น ซัมซุง ได้อย่างไร เนื่องจากเป็นราคาที่สูงกว่ามาก โดย Samsung Gear 2 จำหน่ายเพียง $300 เท่านั้น ก็ยังถูกมองว่า เป็นราคาที่สูงเกินไปแล้ว ซึ่งทางเว็บไซต์ Re/code เผยว่า ราคาดังกล่าว แอปเปิล ได้ปรึกษาหารือกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ แต่ยังไม่ได้เป็น ราคาสุดท้าย ที่ตกลงกัน ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ในภายหลัง
อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวไม่ได้เผยว่า iWatch จะมีดีไซน์เป็นอย่างไร มีฟังก์ชันการใช้งานอะไรบ้าง แต่ที่แน่ๆ คงหนีไม่พ้น การใช้งานด้านสุขภาพเป็นหลัก และเน้นเชื่อมต่อกับ iPhone ครับ 
iWatch เตรียมเปิดตัวพร้อม iPhone 6 วันที่ 9 กันยายนนี้
เว็บไซต์ Re/code รายงานว่า iWatch เตรียมเปิดตัวพร้อมกับ iPhone 6 วันที่ 9 กันยายนนี้ครับ
โดยรายงานข่าว ยังไม่มีข้อมูลว่า iWatch จะมีคุณสมบัติอะไรบ้าง แต่หลักๆ ก็คือ รองรับการใช้งานด้านสุขภาพ กับแอปฯ HealthKit และน่าจะรองรับการใช้งานกับอุปกรณ์ภายในบ้านด้วย เนื่องจากบน iOS 8 มีแอปฯ ที่ชื่อว่า HomeKit ครับ ส่วนข้อมูลนี้ จะเป็นความจริงหรือไม่นั้น ติดตามกันได้ 9 กันยายนนี้ 
iWatch อาจมีให้เลือกถึง 3 โมเดล 2 ขนาดหน้าจอ
เว็บไซต์ Economic Daily เผยว่า iWatch จะมีให้เลือกถึง 3 โมเดลด้วยกันครับ
โดย iWatch จะแบ่งเป็น 3 รุ่น 2 ขนาดหน้าจอ ได้แก่ หน้าจอ 1.6 นิ้ว และหน้าจอ 1.8 นิ้ว ซึ่งเป็นรุ่นปกติ ส่วนอีกรุ่น เป็น iWatch หน้าจอ 1.8 นิ้ว ซึ่งกระจกหน้าจอทำมาจาก ซัฟไฟร์ ที่มีความแข็งแรงทนทานสูง แน่นอนว่า ข้อมูลดังกล่าว เป็นเพียงแค่ข่าวลือเท่านั้นครับ
iWatch รัน iOS 8 เน้นฟีเจอร์ด้านสุขภาพ และฟิตเนส เป็นหลัก
เว็บไซต์ 9to5mac ได้รายงาน ข่าวลือ เกี่ยวกับ iOS 8 ที่มีกำหนดการเปิดตัวในปีนี้ว่า จะเน้นฟีเจอร์ด้านสุขภาพ และฟิตเนสเป็นหลักครับ ซึ่งจะมี แอพพลิเคชั่น ที่มีชื่อว่า Healthbook ในการเก็บสถิติเกี่ยวกับสุขภาพ เช่น ความเร็วในการเดิน, จำนวนแคลอรี่ที่เผาผลาญไป, จำนวนก้าวเดิน, อัตราการเต้นของหัวใจ หรือระดับน้ำตาลในเลือด เป็นต้น
นอกจากนี้ Healthbook จะมีการเชื่อมต่อกับ แอพพลิเคชั่น Reminders เพื่อแจ้งเตือนเวลาการทานยาอีกด้วย ซึ่งถือว่า ครบเครื่องด้านสุขภาพเลยนั่นเอง
และจากคุณสมบัติของ iOS 8 ในข้างต้น ทำให้คาดว่า iWatch กำลังถูกพัฒนาอยู่ในตอนนี้ เพื่อรองรับการใช้งาน แอพพลิเคชั่น Healthbook นั่นเอง นอกจากนี้ iWatch อาจจะมีเซ็นเซอร์ วัดค่าต่างๆ ของร่างกายอีกด้วย
ส่วน iOS 8 คาดว่าจะใช้โค้ดเนม Okemo ซึ่งเป็นชื่อสกีรีสอร์ต ใน Vermont สหรัฐอเมริกาครับ

iWatch สามารถคาดเดาความเสี่ยงของ โรคหัวใจล้มเหลว ได้

iWatch จะสามารถคาดเดา ความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจล้มเหลวได้ โดยอาศัยการฟังการหมุนเวียนของเลือด ผ่านหลอดเลือดแดงครับ
โดยเทคโนโลยีดังกล่าว แอปเปิล ได้ร่วมกับ Tomlinson Holman บริษัทผู้ผลิตเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับด้านนี้โดยเฉพาะ ซึ่งนอกจาก iWatch จะมาพร้อมกับ iOS 8 แล้ว จะเน้นการใช้งานด้านสุขภาพเป็นหลัก และเชื่อว่า เทคโนโลยีดังกล่าว จะทำให้ iWatch กลายเป็น Gadget ที่โดดเด่นในช่วงปี 2014-2015 ได้
นอกจากความสามารถในเรื่องของ การคาดเดาความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจแล้ว iWatch ยังสามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจ, ปริมาณแคลอรี่ที่เผาผลาญ, ความดันเลือด รวมไปถึงปริมาณกลูโคสในเลือดอีกด้วย
iWatch รองรับการชาร์จแบบไร้สาย
เว็บไซต์ C Technology ของจีน ได้รายงานว่า iWatch จะเปิดตัวในเดือนตุลาคม ปี 2014 ครับ ซึ่ง Apple ได้เริ่มทดสอบ iWatch ตัวต้นแบบทั้งหมด 2 รุ่นแล้วในตอนนี้ และรองรับการชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สายอีกด้วย
อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวเผยว่า Apple ยังไม่สามารถตัดสินใจได้ว่า หน้าจอของ iWatch จะมีขนาดอยู่ที่เท่าใด ส่วนแบตเตอรี่ที่ใช้ทดสอบกับตัวต้นแบบนั้น มีความจุอยู่ที่ 100 mAh เท่านั้น ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้ว ถือว่า มีความจุน้อยเกินไปครับ เพราะอย่าง Samsung Galaxy Gear มีขนาดของแบตเตอรี่ที่ 315 mAh ยังเจอปัญหาเรื่องแบตฯ ไม่อึดเช่นกัน
โดยทาง Apple เอง ก็กำลังแก้ปัญหาเรื่อง แบตเตอรี่บน iWatch อยู่ในตอนนี้ครับ ซึ่ง iWatch รุ่นต้นแบบ แบตเตอรี่อยู่ได้นานแค่ 1-2 วันเท่านั้น และทาง Apple เอง ก็กำลังหาวิธีที่จะทำให้ แบตอยู่ได้นาน 4-5 วัน ทำให้เกิดความคิดเรื่องที่จะนำ การชาร์จแบตเตอรี่ไร้สาย เข้ามาใช้กับ iWatch ด้วย อย่างไรก็ดี เรื่องความจุแบตเตอรี่บน iWatch อาจจะไม่ใช่ตัวเลข 100 mAh ครับ เนื่องจากเป็นแค่รุ่นต้นแบบ ซึ่งรุ่นวางจำหน่ายจริง น่าจะมีความเปลี่ยนแปลงไปจากนี้ครับ








Samsung Galaxy Note 4 เปิดตัวแล้ว! มาพร้อมหน้าจอ 5.7 นิ้ว พร้อมกรอบตัวเครื่องแบบโลหะ Selfie ได้รอบทิศ ด้วยกล้องหน้า 3.7 ล้านพิกเซล จำหน่ายตุลาคมนี้ ล่าสุด ราคา Note 4 มาแล้ว!

ปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วครับ สำหรับ Samsung Galaxy Note 4 ในงาน Samsung UNPACKED 2014 Episode 2 ที่เบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เรียกได้ว่า ในปีนี้ Samsung Galaxy Note 4 มีความน่าสนใจอย่างมาก ตั้งแต่บอดี้ตัวเครื่องเลยทีเดียวครับ โดยมาพร้อมกับกรอบตัวเครื่องแบบโลหะ (Metal Frame) แบบเดียวกับ Samsung Galaxy Alpha นั่นเอง นอกจากนี้ ปากกา S Pen ซึ่งถือว่า เป็นอุปกรณ์คู่ใจบน Samsung Galaxy Note 4 ยังมาพร้อมกับ ฟีเจอร์การใช้งาน ที่น่าสนใจอีกมากมายด้วย มาดูกันครับว่า Samsung Galaxy Note 4 ในปีนี้ จะมีความน่าสนใจอย่างไรบ้าง
สเปค Samsung Galaxy Note 4
- หน้าจอขนาด 5.7 นิ้ว แบบ Super AMOLED Display ความละเอียด 1440 x 2560 พิกเซล (QHD)
- กระจกหน้าจอแบบ 2.5D Gorilla Glass 3
- ชิปเซ็ตมีให้เลือก 2 แบบ (แล้วแต่ประเทศที่วางจำหน่าย) ได้แก่ Snapdragon 805 chipset (รองรับ LTE Cat 6) แบบ Quad-Core Processor ความเร็ว 2.7 GHz และ Exynos 5433 chipset (รองรับ LTE Cat 4) แบบ Octa-Core Processor (Quad-Core 1.9 GHz + Quad-Core 1.3 GHz)
- รัน Android 4.4 (KitKat)
- RAM 3 GB
- หน่วยความจำภายในขนาด 32 GB รองรับ microSD card สูงสุด 64 GB
- กล้องด้านหน้า ความละเอียด 3.7 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงกว้างสูงสุด F/1.9
- กล้องด้านหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมระบบกันภาพสั่นไหว (Smart OIS)
- แบตเตอรี่ขนาด 3220 mAh
ดีไซน์ปรับปรุงใหม่ มาพร้อมกรอบตัวเครื่องโลหะ แบบเดียวกับ Samsung Galaxy Alpha
เรียกได้ว่า Samsung Galaxy Note 4 ในปีนี้ มีดีไซน์ที่สวยขึ้นกว่าเดิมมาก โดยได้ Samsung Galaxy Alpha เป็นรุ่นต้นแบบครับ กับกรอบ
ตัวเครื่องแบบโลหะ ที่ช่วยทำให้ตัวเครื่องดูหรูหรามากขึ้น
นอกจาก Samsung Galaxy Note 4 จะเป็นสมาร์ทโฟนที่เน้นด้านการขีดเขียนเป็นหลัก แต่ล่าสุด ก็ได้เข้าสู่วงการ Selfie อย่างเป็นทางการอีกรุ่น ด้วยกล้องด้านหน้า ความละเอียด 3.7 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงกว้างสูงสุด F/1.9 นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ Wide Selfie กับมุมมองกว้างถึง 120 องศา ถ่ายรูปกับกลุ่มเพื่อนได้สบายๆ
Multi-Windows ปรับปรุงใหม่
ฟีเจอร์ Multi-Windows หรือการเปิดแอปฯ ซ้อนกัน 2 แอปฯ ในหน้าจอเดียว ได้รับการปรับปรุงใหม่บน Samsung Galaxy Note 4 ครับ จากแต่ก่อนที่เปิดแอปฯ แบบแบ่งหน้าจอ จากนี้ไป สามารถเปิดแอปฯ เป็นหน้าต่างเล็กๆ ซ้อนบนอีกแอปฯ ได้แล้ว
ปากกา S Pen ปรับปรุงใหม่ พร้อมเพิ่มลูกเล่นใหม่ ขีดเขียนได้สนุกกว่าเดิม
ปากกา S Pen ได้มีการปรับปรุงให้รองรับน้ำหนักในการกดเพิ่มขึ้นถึง 2048 ระดับ จากเดิม 1024 ระดับ ที่ให้ความรู้สึกเหมือนกับกำลังใช้ปากกาจริงๆ จดลงบนกระดาษโน้ตมากขึ้น อีกทั้ง ยังสามารถใช้ลากข้อความหรือรูปภาพได้ เหมือนกับการใช้เมาส์บนคอมพิวเตอร์พีซีครับ นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ที่มีชื่อว่า Smart Select กับความสามารถในการ crop รูปได้หลายรูป และส่งเป็นข้อความหรืออีเมลได้พร้อมกันในคราวเดียว
ชาร์จแบตเตอรี่ได้เร็วขึ้น แต่กินพลังงานน้อยลง 7.5%
Samsung Galaxy Note 4 ประหยัดพลังงานได้มากกว่า Samsung Galaxy Note 3 ถึง 7.5% นอกจากนี้ ยังมีฟังก์ชัน Fast Charging สามารถชาร์จได้ 50% ในเวลาแค่ 30 นาที เทียบกับรุ่นก่อนๆ ที่ต้องใช้เวลาถึง 55 นาที
มาพร้อมเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ
ช่นเดียวกับ Samsung Galaxy S5 ครับ เมื่อ Samsung Galaxy Note 4 มาพร้อมกับเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งอยู่ตรงใต้กล้องด้านหลังตัวเครื่อง นอกจากจะวัดอัตราการเต้นของหัวใจแล้ว เซ็นเซอร์ดังกล่าว ยังสามารถใช้เป็นชัตเตอร์ในการถ่ายภาพด้วยกล้องด้านหน้าได้อีกด้วย
ไมโครโฟน 3 ตัว บันทึกเสียงได้รอบทิศ
Samsung Galaxy Note 4 มาพร้อมกับไมโครโฟนถึง 3 ตัว ที่สามารถบันทึกเสียงได้ถึง 8 ทิศทาง นอกจากนี้ ยังมี Noise Cancellation สามารถตัดเสียงรบกวนรอบข้างได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย
Samsung Galaxy Note 4 วางจำหน่ายตุลาคมนี้
Samsung Galaxy Note 4 มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีดำ (Charcoal Black), สีขาว (Frost White), สีทอง (Bronze Gold) และสีชมพู (Blossom Pink) สำหรับกำหนดการวางจำหน่าย Samsung Galaxy Note 4 ทางซัมซุง แจ้งแค่ว่า วางจำหน่ายในเดือนตุลาคมนี้ ยังไม่เปิดเผยราคา และประเทศที่วางจำหน่าย ต้องติดตามกันต่อไปครับ
หลุดราคา Samsung Galaxy Note 4 ในยุโรป เฉียด 4 หมื่นบาท!
ล่าสุด (5 ก.ย.57) มีข้อมูล ราคา Samsung Galaxy Note 4 จากประเทศเนเธอร์แลนด์ เผยออกมาครับ ซึ่งคาดว่า น่าจะมีราคาเริ่มต้นที่ราวๆ 799 ยูโร หรือประมาณ 37,000 บาท เลยทีเดียว ซึ่งถือว่า เป็นราคาที่สูงพอสมควร แต่อย่าลืมว่า ราคาสมาร์ทโฟนในประเทศแถบยุโรปนั้น มีราคาที่สูงกว่าบ้านเราเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ต้องมาลุ้นกันว่า ราคา Samsung Galaxy Note 4 ในไทย จะอยู่ที่เท่าไหร่กันแน่?

Krittanop